วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วัฒธรรมประเพณี

งานเทศกาลชมพูภูคา สืบสานตำนานไตลื้อ ปี 2553



น่าน เมืองที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมได้อย่างน่าอัศจรรย์ สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ด้าน โบราณสถาน สถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน งานศิลปะ ประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนหลากหลายชนเผ่า ผ่านมาหลายยุคสมัยที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงจากกระแสความเจริญจากภายนอกอย่างมากมาย จนถึงปัจจุบันน่านยังคงรักษาวัฒนธรรมได้ลงตัวอย่างลงตัวและน่าสนใจอย่างยิ่ง น่านยังได้รับการกล่าวกันว่าเป็นชุมชนคนต้นน้ำอันเป็นพื้นที่ประกอบด้วย แม่น้ำ สา ยธาร ภูเขา ป่าไม้ ทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติได้หล่อหลอมความเป็น “เมืองแห่งอารยธรรม ล้านนาตะวันออก” อย่างแท้จริง และยังมีกลิ่นไอของอารยธรรมล้านช้างหรือเมืองหลวงพระบางอันลือชื่อในปัจจุบัน อีกด้วย อันเป็นเสน่ห์ให้ผู้คนหลงใหลในความเป็นอดีตและความเป็นธรรมชาติเดินทางมาท่องเที่ยวยังเมืองน่านและกลายเป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ในภูมิภาคภาคเหนือในปัจจุบัน

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบด้านการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ในช่วงเดือนมกราคม ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2553 นี้ จังหวัดน่านยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว กลุ่มวัยทำงานรวมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา สำหรับ ในเดือนกุมภาพันธ์ อันเป็นเดือนแห่งความรัก ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2553 นักท่องเที่ยวต่างรอคอยที่จะมาสัมผัสความงามของดอกชมพูภูคา นามว่า “ชมพูภูคา” ได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระเทพพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต้นชมพูภูคาเป็นพืชหายากชนิดหนึ่งของโลก มีดอกสีชมพูอมขาว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Bretschneidera sinensis Hemsl ชื่อวงศ์ BRETSCHNEIDERACEAE พบแห่งเดียวที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว จ.น่าน เคยค้นพบในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศจีนและตอนเหนือของประเทศเวียดนาม จากนั้นก็ไม่มีการค้นพบอีกเลยและอาจจะสูญพันธ์จากโลกไปแล้ว จนในปี 2552 ได้มีการค้นพบอีกครั้งโดย ดร. ธวัชชัย สันติสุข นักพฤกษศาสตร์คนสำคัญของประเทศไทย ณ อุทยานแห่งชาติ ดอยภูคาแห่งนี้

 ดอกชมพูภูคา ในปีนี้คาดว่าจะเริ่มบานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม 2553


งานประเพณีหกเป็งนมัสการองค์พระธาตุแช่แห้ง

ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

ประเพณีหกเป็งนมัสการองค์พระธาตุแช่แห้ง (ไหว้สาพระธาตุแช่แห้ง) เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่อดีต ในช่วงฤดูเทศกาลเพ็ญเดือนหก (เหนือ) เจ้าผู้ครองนครน่าน พร้อมด้วยข้อราชบริพารจะพากันไปนมัสการพระธาตุแช่แห้ง โดยในวันขึ้นสิบสี่ค่ำเดือนหก ขบวนแห่ของเจ้าเมืองน่านพร้อมด้วยคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจากชุมชนต่างๆ จะมาพร้อมกันที่บริเวณรอบๆ เนินภูเพียงแช่แห้ง จะมีพิธีทางศาสนา และกิจกรรมเฉลิมฉลอง เพื่อเป็นพุทธบูชา โดยมีการทำบุญตักบาตร เทศมหาชาติ บรรยายธรรม และมีการจุดบ๊อกไฟดอก (บั้งไฟ) ซึ่งมีลักษณะเป็นไฟพะเนียงพื้นบ้าน มีความสวยงามในยามราตรี เมื่อถึงวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนหก ขบวนพุทธศาสนิกชนจะทำครัวตาน (เครื่องไทยธรรม) ในช่วงบ่ายจะมีการถวายเป็นพระพุทธบูชา โดยการจุดบ๊อกไฟดอก (บั้งไฟ) ขึ้น และมีการแสดงพระธรรมเทศนา เทศน์มหาชาติสืบเนื่องต่อจากวันขึ้นสิบสี่ค่ำ
     
    


ตำนานแข่งเรือจังหวัดน่าน


    


















                    ประเพณีการแข่งเรือยาวของเมืองน่าน เป็นประเพณีที่เก่าแก่สืบเนื่องกันมาแต่โบราณกาล การจัดแข่งจะจัดกันเองในหน้าน้ำ ในเทศกาลตานก๋วยสลาก (สลากภัต) แต่ละวัดก็จะนำเรือของตนเข้าแข่งเพื่อเปนการสมานสามัคคีกัน

เอกลักษณ์ของเรือเมืองน่าน ไม่เหมือนจังหวัดใดในประเทศไทยคือ เป็นเรือที่ขุดจากไม้ตะเคียนหรือตะเคียนทองทั้งต้น โดยเชื่อกันว่า มีความทนทานและผีนางไม้แรง



 
ที่มา http://www.oceansmile.com/N/Nan/NANm10.htm


http://thai.tourismthailand.org/festival-event/nan-55-7221-1.html


http://thai.tourismthailand.org/festival-event/nan-55-7236-1.html

http://www2.asis.co.th/weerachat/new_page_11.htm

1 ความคิดเห็น: